วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562


9
Thursday  3 October 2019
(09.30-11.30)
The Knowledge
วันนี้เป็นการนำเสนอตัวอย่างวิจัยแต่ละกลุ่ม
กลุ่มของดิฉัน
วิจัยเรื่อง การส่งเสริมความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม
 เล่นกับลูกปลูกภาษา
ผู้วิจัย อารีย์ คำสังฆะ
การศึกษาระดับปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ปีที่ทำวิจัย ตุลาคม 2554
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.เพื่อศึกษาพัฒนาการความเข้าใจภาษาของ
เด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม
"เล่นกับลูกปลูกภาษา"
2.เพื่อเปรียบเทียบความเข้าใจภาษาของเด็ก
ปฐมวัยก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม
   "เล่นกับลุกปลูกภาษา"
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.เด็กแต่ละคนสามารถพัฒนาภาษาพูดและ
ความหมายในการฟังจนสามารถใช้ในการติดต่อ
สื่อสารกับผู้อื่นได้
2.เด็กจะได้เรียนรู้ภาษาที่เป็นพื้นฐาน เช่น การ
เล่นเสียง การเลียนเสียง ทำให้เกิดพัฒนาการทางด้าน
ภาษาที่ดีขึ้น
ขอบเขตของการศึกษาวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ พ่อแม่
หรือผู้เลี้ยงดูเด็กชาย หญิง อายุ 4-5ปี ที่กำลังศึกษาอยู่
ในชั้นอนุบาล 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553
โรงเรียนสุเหล่าทรายกองดิน แขวงแสนแสบ
สำนักงานเขตมีนบุรี สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 2
ห้องเรียน มีนักเรียนทั้งหมด 50 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้
ได้แก่ พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กชาย-หญิง อายุ 4-5 ปี ที่
กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 1 ภาคเรี้ยนที่ 2 ปีการ
ศึกษา 2553 โรงเรียนสุเหล่าทรายกองดิน แขวงแสน
แสบ สำนักงานเขตมีนบุรี สังกัดกรุงเทพมหานคร
จำนวน 25 คน ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่ายโดยจับสลาก
มา 1 ห้องเรียน
ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
ตัวแปรอิสระ
- ชุดกิจกรรม "เล่นกับลกปลกภาษา"
ตัวแปรตาม
- ความเข้าใจภาษา
สมมุติฐานการวิจัย
เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมด้วยชุด
กิจกรรม "เล่นกับลูกปลูกภาษา" โดยผู้ปกครองมีความ
เข้าใจภาษาหลังทำกิจกกรมสูงกว่าก่อนทำกิจกรรม
นิยามศัพท์เฉพาะ
1. เด็กปฐมวัย หมายถึง นักเรียนชาย-หญิง อายุ
ระหว่าง 4-5ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 1 ภาค
เรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนสุเหร่าทรายกอง
ดิน แขวงแสนแสบ สำนักงานเขต มีนบุรี สังกัด
กรุงเทพมหานคร
2. ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อ แม่ ญาติพี่น้องหรือ
บุคคลอื่นที่อยู่ใกล้ชิดเด็กให้การอุปการะเลี้ยงดูให้
ความรักเอาใจใส่ตลอดจนให้การ์ศึกษากับเด็กซึ่งเป็นก
ลุ่มตัวอย่าง
3. ชุดกิจกรรม "เล่นกับลูกปลูกภาษา" หมายถึง
เอกสารให้ความรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้
ปกครองเพื่อพัฒนาความเข้าใจทางภาษาของเด็ก
ปฐมวัย ซึ่งประกอบไปด้วย เอกสารความรู้สำหรับผู้
ปกครอง กิจกรรมส่งเสริมความสามารถทางภาษาและ
แบบบันทึกพฤติกรรม ของเด็กขณะที่ทำกิจกรรม ทั้งนี้
เด็กจะเรียนรู้ ภาษาจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ปกครอง
ผ่านการฟังนิทาน อ่านคำคล้องจอง ทายปริศนา เล่น
เกมทางภาษาและทำกิจกรรมอื่นๆประกอบร่วมกับผู้
ปกครองที่บ้าน ซึ่งเด็กจะได้ฟังเรื่องราวจากนิทานมีการพูดคุยซักถามขณะทำกิจกรรมได้ลงมือวาดภาพและประดิษฐ์ของเล่นในชุดกิจกรรม
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1.ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษา
2. แบบวัดความเข้าใจทางภาษาของเด็ก
ปฐมวัย
3. แบบวิเคราะห์ความเข้าใจภาษาของเด็ก
ปฐมวัย
การดำเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัย กึ่งทดลอง ซึ่งผู้วิจัย
ได้ดำเนินการทดลองโดยใช้การวิจัยแบบทดลองกลุ่ม
เดียวและวัดผลก่อนและหลังการทดลอง One-group
pretest-posttest Design
การวิเคราะห์ข้อมูล
1.สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ยของคะแนนความ
เข้าใจภาษา (X) และค่ความเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (S)
2.สถิติที่ใช้ทดลองสมมติฐาน ได้แก่ การเปรียบ
เทียบความแตกต่างของคะแนนความเข้าใจ
ภาษาของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม
"เล่นกับลูกปลูกภาษา"
โดยใช้สูตร t-test for Dependent Sample
สรุปผลการวิจัย
1.เด็กปฐมวัย ที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริม
ความเข้าใจภาษาโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม "เล่น
กับลูกปลูกภาษา"มีพัฒนากรความเข้าใจภาษา โดย
รวมสูงขึ้น ร้อยละ 53.72 ของความสามารถพื้นฐานเดิม
2.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริม
ความเข้าใจภาษาโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม "เล่น
กับลูกปลูกภาษา"มีความเข้าใจทางภาษาโดยรวมและ
จำแนกรายค้น คือ การใช้คำอย่างมีจูดมุ่งหมายและ
การใช้ประโยคเพื่อสื่อความหมายสูงขึ้นอย่างมีนัย
สำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะทั่วไป
1.การให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมด้วยการหาความรู้จากชุด
กิจกรรม ทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก สังเกตการเรียน
และบันทึกพฤติกรรมของเด็กเป็นการส่งเสริมพัฒนาการ
ของเด็กการเข้ามามีสวนร่วมของผู้ปกครองยัง
สามารถทำได้อีกหลายวิธีขึ้นอยู่กับสถานศึกษานั้นๆ
2.ครูที่สนใจใช้ชุดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
ควรตั้งวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมและไม่ควรให้
ชุด
กิจกรรมทุกวันในหนึ่งสัปดาห์ควรใช้ชุดกิจกรรมเพียง
1-2 ครั้งตามความพร้อมของผู้ปกครอง
3.ควรมีการบันทึกการส่งคืนชุดกิจกรรมของผู้ปกครอง
และเด็กเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประเมิน
พัฒนาการตามสภาพจริง
4.ชุดกิจกรรมควรมีความสอดคล้องกับเนื้อหาในการ
เรียนการสอนในสัปดาห์นั้นๆ เพื่อเป็นการ
ทบทวนประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและช่วยให้ผู้ปกครอง
เกิดความเข้าใจในกระบวนการและวิธีการจัดการ
เรียนการสอนของโรงเรียนมากขึ้น
5.การสื่อสารกับผู้ปกครองควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและ
สามารถปฏิบัติกิจกรรมได้บรรลุตามวัตถุประสงค์
เพราะเมื่อผู้ปกครองเข้าใจและมีความมั่นใจจะสามารถ
ปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับเด็กได้เป็นอย่างดี
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1.ศึกษาความเข้าใจทางภาษาของเด็กปฐมวัยในบริบท
สังคมที่เด็กต้องเรียนรู้สองภาษา
2.ศึกษาผลของการใช้ชุดกิจกรรมโดยผู้ปกครองที่ส่ง
เสริมความสามารถในด้นอื่นๆ ของเด็ก เช่น
ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ ดนตรี เป็นต้น



ประเมินอาจารย์
อธิบายเนื้อหาได้อย่างละเอียด แต่งกายสุภาพ
ประเมินเพื่อน
ให้ความร่วมมือกับเพื่อนได้เป็นอย่างดี
ประเมินตนเอง
เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายสุภาพ มีความตั้งใจในการเสนองาน





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คำถามท้ายบท 1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองมีความสำคัญอย่างไร จงอธิบาย ตอบ เพื่อให้ผู้ปกครองได้เข้ามามีส...